ประกันอุบัติเหตุ (PA Pay Max)

เจ็บเล็กเจ็บใหญ่ ยังไงก็รับมือไหว PA Safety
ประกันอุบัติเหตุที่ทำให้คุณสนุกกับทุกจังหวะชีวิตได้เต็มที่ จะเจ็บเล็กเจ็บใหญ่ ก็ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาได้ พร้อมคุ้มครองชีวิตสูงสุด 20,000,000 บาท

เมืองไทย 8560 จี 15 (บำนาญแบบลดหย่อนได้)

 อายุรับประกันภัย : 20-55 ปี  ระยะเวลาคุ้มครอง : ครบอายุ 85 ปี   ระยะเวลาชำระเบี้ย : ถึงอายุ 59 ปี ทำได้ตั้งแต่อายุ 20 – 55 ปี รับเงินบํานาญตั้งแต่อายุ 60 – 85 ปี (รวม 26 ปี) รับเงินบำนาญคืนปีละ 12% เลือกรับเงินบำนาญแบบรายปีหรือรายเดือนก็ได้ ลดหย่อนภาษีได้ รับรองเงินบำนาญที่จ่าย 15 ปี จุดเด่นของแผนนี้จะได้ความคุ้มครองเมื่อเสียชีวิตตามจำนวนทุนประกัน (ไม่ใช่ตามเบี้ยประกันที่จ่ายมา) ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มคุ้มครอง เช่นในตัวอย่างก็จะได้ความคุ้มครอง 1,000,000 บาท  และเมื่ออายุ 46 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น 10% ทุกปี ตัวอย่างตารางผลประโยชน์ เพศหญิง อายุ 35 ปี เบี้ยประกัน 65,020 บาทต่อปี จ่ายเบี้ยถึงอายุ […]

ทำอะไรดีในช่วง Work from home!!

ช่วงนี้หลายคนคงจะได้ทำงานอยู่ที่บ้านกันเพื่อหลีกเลี่ยงการออกไปพบเจอผู้คนข้างนอก แต่หลายคนยังคงต้องไปทำงานที่บริษัทอยู่ก็ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ สำหรับคนที่ทำงานอยู่ที่บ้านอาจจะมีเวลาเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องรีบแต่งตัว ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป เดินทางกลับ รวมๆ ก็น่าจะได้เวลาเพิ่ม 3-4 ชั่วโมง เวลา 2 สัปดาห์ มีเวลาเพิ่มมาเกือบ 40 ชั่วโมง ช่วงเวลานี้แหละทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เคยคิดไว้ว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำสักที มาดูว่ามีอะไรน่าทำบ้างกับเวลาที่ได้มา เรียนออนไลน์ หลายคนที่เคยวางแผนจะเรียนภาษาออนไลน์หรือเรียนเสริมอื่นๆ เพิ่ม ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว 40 ชม มากพอที่จะเรียนอะไรจบสัก 2 คอร์สได้ ใครอยากเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม รีบเรียนเลย ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี ลองไปหาคอร์สฟรีของจุฬาในเว็บนี้ได้ครับ มีคอร์สน่าสนใจเยอะมาก https://mooc.chula.ac.th/ รับรองว่ากลับไปทำงานต้นเดือนหน้าได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นแน่นอน หัดทำอาหาร/ล้างจาน ผมเคยอ่านบทความนึงมาเค้าบอกว่า การทำอาหาร การล้างจาน ล้างแก้วช่วยให้คลายเครียดได้ คนที่ทำงานอยู่ที่บ้านไม่ได้เจอใคร ไม่ได้ค่อยเคลื่อนไหวอาจจะเกิดความเครียดได้ ซึ่งผมเคยลองทำแล้วมันช่วยได้จริงๆ ถ้าเราลองทำอาหารกินเอง ได้เปิดคู่มือและทำตามสูตร ได้ลองชิม ได้พักสายตาจากหน้าคอมพิวเตอร์ หน้ามือถือ มาเป็นทำอาหารและล้างจานคงจะสนุกอีกแบบเพราะเวลาปกติแต่ละคนก็ต้องรีบไปทำงาน กลับมาก็ดึกจนไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง จิบกาแฟ อ่านหนังสือ นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือน่าจะเป็นความฝันของหลายคนเลย วันทำงานเราอาจจะไม่ได้มีเวลามานั่งชิลใช้ชีวิตสโลไลฟ์ แต่วันนี้เราได้ทำงานที่บ้านแล้ว เอาเวลา 1-2 ชั่วโมงของการเดินทางมาเปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือตอนเช้าและจิบการแฟไปด้วย […]

ยิ่งคนป่วยมากขึ้น เบี้ยประกันสุขภาพก็แพงขึ้น?

จากที่ติดตามข่าวมาตอนนี้ประกันทุกบริษัทยังให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าตามปกติ “แต่เมื่อใดที่ไวรัสโคโรน่าถูกประกาศให้เป็นโรครุนแรงหรือ ภาวะฉุกเฉิน เมื่อนั้นอาจจะเป็นโรคยกเว้นที่ไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้หรือมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้น” สิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้แต่รอดูสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว เนื่องมาจากประกันชีวิตและสุขภาพคือการเฉลี่ยภัยโดยประชากรที่ทำประกันสุขภาพเป็นบุคคลที่ถือว่าสุขภาพดี มีคุณสมบัติเหมือนกันจ่ายเบี้ยเข้ามา ใครที่มีเหตุฉุกเฉินต้องการใช้ค่ารักษาพยาบาล บริษัทก็จะให้เงินก้อนนี้ไป บริษัทไหนที่มีประชากรทำประกันสุขภาพน้อย เบี้ยน้อย แต่มีอัตราการเจ็บป่วยสูง ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินทุนตรงนี้มาจ่าย (จากหลักสูตรระบบประกันสุขภาพ MOOC Chula) ทีนี่ถ้ามาต่อที่ว่าถ้าไวรัสโคโรน่ากลายเป็นโรคที่ทุกคนมีความเสี่ยงทำไมบริษัทอาจจะต้องยกเว้นในการทำประกันสุขภาพ (ย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัวโดยอ้างจากประกันสุขภาพเด็กช่วง 5 ปีที่ผ่านมา) ประกันสุขภาพเด็กมีการเคลมเยอะมาก เพราะเด็กเจ็บป่วยสูงกว่าผู้ใหญ่ ป่วยแล้วหายช้ากว่า เจ็บนิดเจ็บหน่อยพ่อแม่ก็พาไปโรงพยาบาล เมื่อก่อนเบี้ยประกันสุขภาพเด็กปีละ 10,000 ต้นๆ เข้าโรงเรียนทีเคลมไป 30,000-40,000 บาท บางคนเข้าโรงพยาบาลหมดไปเป็นแสน เกินค่าเบี้ยที่จ่าย และอัตราการเจ็บป่วยของเด็กที่ทำประกัน 100 คนจะเข้าโรงพยาบาลประมาณ 90 คน ทำให้เงินส่วนที่เราจ่ายเบี้ยมันเกินงบไปหมด จากการเฉลี่ยภัยของประชาชนที่จ่ายเบี้ยเข้ามากลายเป็นความรับผิดชอบของบริษัทที่จะต้องหาเงินมาจ่ายส่วนนี้ ปีที่ผ่านๆ มาหลายบริษัทปิดแผนประกันสุขภาพเด็กไปเลย บางบริษัทก็ปรับเพิ่มเบี้ยขึ้น บาที่ก็ขึ้นอีกอีก 100% คนที่ทำประกันสุขภาพให้ลูกแล้วก็โรคดีไป ส่วนคนที่เพิ่งจะเริ่มมองหาประกันก็ต้องคิดหนักเพราะเบี้ยแพงเหลือเกิน จากตัวอย่างประกันสุขภาพเด็กที่กล่าวไปจึงคาดการว่า ถ้าไวรัสโคโรน่าระบาดมากกว่านี้ ทุกคนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและเจ็บป่วยมากขึ้นก็อาจเป็นไปได้ว่า บริษัทประกันอาจจะต้องทบทวนและมีแผนอะไรสักอย่างเดียวกับค่ารักษาพยาบาลของโรคไวรัสโคโรน่า ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่าแผนประกันที่คนนิยมซื้อเริ่มปิดขาย หรืออกแผนใหม่ที่มีเงื่อนไขมากขึ้น คุ้มครองน้อยลง หากวันนี้ใครยังไม่มีประกันชีวิตและสุขภาพอยากให้เริ่มหาไว้ตอนที่เรายังแข็งแรงและสุขภาพดี เพราะในวันที่ป่วยและอยากทำประกันสุขภาพ บริษัทอาจจะไม่รับเราก็ได้ […]

เศรษฐกิจแบบนี้ควรทำประหรือไม่?

หลายคนกำลังคิดหนักว่าเศรษฐกิจกิจไม่ดี งานที่ทำก็ไม่มั่นคง ที่คิดว่าจะทำประกันชีวิตหรือสุขภาพก็ต้องพักไว้ก่อนใช่ไหมครับ แต่ในฐานะนักวางแผนประกันชีวิตอยากบอกว่า “ไม่ว่าเศรษฐกิจแบบไหน ประกันชีวิตและสุขภาพก็ขายดีตลอด” ทำไมนั่นหรอมาอ่านกัน ที่บอกว่าไม่ว่าเศรษฐกิจดีหรือแย่ ประกันชีวิตหรือสุขภาพก็ขายดีก็เพราะว่า ประกันไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟยแต่เป็นสิ้นค้าพื้นฐานที่ทุกคนควรมี (เว้นประกันสะสมทรัพย์ที่อาจจะไม่นิยมเท่าไหร่) เพราะเศรษฐกิจจะดีหรือจะแย่ ชีวิตเราก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น ประกันชีวิตทำไว้เพราะป้องกันว่าถ้าตายไปจะคนรอบข้างจะลำบากไหม ทำประกันไว้ก็อุ่นใจกว่า ประกันสุขภาพช่วยโอนความเสี่ยงเพราะคนเราเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยตลอดเวลา แทนที่จะต้องมาลุ้นว่าป่วยแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปรักษา มีประกันสุขภาพก็อุ่นในกว่า ไม่มีงบเยอะก็ซื้อแบบงบน้อยมีค่ารักษายังดีกว่าไม่มีเลย ยิ่งตอนนี้หลายคนมองว่าเศรษฐกิจแย่ ของขายไม่ดี จะตกงานเมื่อไหร่ไม่รู้ ที่บ้านก็มีหนี้สิน ทุกวันมีแต่ข่าวอุบัติเหตุ คนยิงกันเป็นว่าเล่น โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ก็มา ฝุ่น PM 2.5 อีก แอดมินอยากจะบอกว่าก็เพราะเหตุผลที่บอกไปนี้แหละเราจึงต้องทำประกันไว้ มาดูทีละข้อเลยดีกว่า ถ้าใครสามารถตอบคำถามต่อไปนี้ได้ ไม่ต้องทำประกันเลย เราจะตกงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้? หากเป็นแบบนี้จริงๆ ถามว่าหากตกงานจริงๆ เราก็จะไม่มีประกันสุขภาพที่บริษัทเคยให้มถ้าเจ็บป่วยขึ้นมาได้เตรียมเงินไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลหรือยัง? ที่บ้านมีหนี้สิน! อันนี้คนสวนใหญ่เป็นกัน แอดมินก็มีหนี้บ้าน 2.7 ล้าน อยู่ แต่โชคดียังไม่มีลูก ถามว่า บ้านมีหนี้สินแล้วเกิดเราเป็นอะไรไป ใครจะมาจ่ายหนี้บ้านแทนเรา โยนหนี้ให้ลูก ให้สามี ให้ภรรยาหรอ? มีเงินสำรองจ่ายค่าหนี้สินหรือยัง แทนที่จะให้เค้าปลอดหนี้บ้าน มีเงินก้อนไว้ใช้สบายๆ ดีกว่าไหม นี่แหละที่คือเหตุผลที่จะต่องทำประกันชีวิต […]

1 36 37 38 39 40 58